ตามเมืองต่างๆนั้น ควรจะเป็นสถานที่สุดท้ายที่ทุกคนคาดคิดว่าจะได้เห็นช้างมาอาศัยอยู่ และจากภาพที่ได้เห็นช้างเดินเร่ร่อนหากินตามท้องถนนทำให้หัวใจของเราแทบจะสลาย ทั้งนี้เมื่อป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารของช้างถูกทำลายจนลดจำนวนลงอย่างมากในปัจจุบัน จนทำให้ช้างขาดแคลนอาหารในป่าธรรมชาติ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะทำให้ช้างไทยสูญพันธ์ได้ในอนาคต ดังนั้นมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของช้างไทย โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง การฟื้นฟูป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติ การปลูกพืชอาหารสำหรับช้าง การพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านช้างดั้งเดิม รวมทั้งการหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างคนกับช้าง ภายใต้โครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิฯ ในแต่ละปี สามารถปลูกฟื้นฟูป่าได้มากกว่า 10,000 ต้นต่อปี เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารสำหรับทั้งช้างป่าและช้างบ้านตามพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย นอกเหนือไปจากนั้นทางมูลนิธิฯ จะจัดงานปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นเพื่อช้าง” ขึ้นในระหว่างวันที่ 6 – 7 กุมภาพันธ์ 2553 เพื่อหารายได้สนับสนุนการทำกิจกรรมต่างๆในการช่วยเหลือช้างขององค์กรเครือข่ายของเรา คือ ศูนย์บริบาลช้าง (Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ >>>
สุขสันต์วันเกิด ” ช้างยิ้ม “
Dutsadee - 13 July 2010 20:16
เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้วที่ดอกเงินได้ให้กำเนิดช้างน้อยเพศผู้ ” ช้างยิ้ม ” และเมื่อวานนี้เอง(12 ก.ค 53)ที่ช้างยิ้มได้มีโอกาสฉลองวันเกิดอายุครบ 1 ขวบเป็นปีแรกในชีวิต โดยที่ศูนย์บริบาลช้างได้จัดทำบอร์ดวันเกิดให้กับช้างยิ้มโดยเฉพาะ โดยมีการนำภาพถ่ายตอนแรกเกิด และพัฒนาการของช้างยิ้มจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสระเสรี และอยู่อย่างมีความสุขร่วมกับครอบครัวช้างเชือกอื่นๆภายในศูนย์ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำเค้กให้กับช้างยิ้มเพื่อเป็นของขวัญวันเกิด ซึ่งอาจจะเป็นเค้กของช้างที่แพงที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเค้กสุดพิเศษนี้ทำจากผลไม้ต่างๆมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้นำเข้าที่มีราคาแพงทั้งสิ้น แต่ปรากฎว่าช้างยิ้มกลับเลือกให้ความสนใจกินแต่ต้นกล้วย รวมทั้งกล้วย และหญ้าซึ่งใช้ในการรองพื้นด้านล่างของผลไม้อื่นๆเท่านั้น ในขณะที่ผลไม้อื่นนั้นๆ นอกจากจะไม่กินแล้ว เจ้าช้างยิ้มกลับขึ้นไปเหยียบเล่นจนผลไม้หลายชนิกกลายเป็นน้ำผลไม้ปั่นแบบสมูตตี้ไปเสียแบบนั้น แต่อย่างไรก็ตามเค้กนี้ก็ถือเป็นเค้กที่น่ารับประทานและตกแต่งได้สวยงามมาก และยังถือเป็นของขวัญสุดพิเศษจากใจของทุกๆคนภายในศูนย์ฯ ที่ตั้งใจทำให้ช้างยิ้มด้วยความรักและเอาใจใส่ และยังถือว่าเป็นเวลาที่พิเศษมากๆที่หลายคนได้มีโอกาสฉลองวันเกิดขวบปีแรกในชีวิตร่วมกับช้างยิ้ม
การใช้ชีวิตของช้างยิ้มภายในศูนย์ฯ เป็นไปอย่างมีความสุขมากในแต่ละวัน และตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์ นักท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งช้างเชือกอื่นๆที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์แห่งนี้ต่างก็ตกหลุมรักและหลงไหลในช้างหนุ่มน้อยแสนซนนี้กันเป็นแถว รวมทั้งดอกเงิน แม่ของช้างยิ้มด้วย ซึ่งตอนนี้ช้างยิ้มนับวันจะมีแต่ความแก่นซนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ดังนั้นจึงถือเป็นความท้าทายของคนดูแลในการที่จะทำให้ช้างยิ้มสงบเรียบร้อยลงบ้าง แต่อย่างไรก็ตามก็นับว่าเป็นวิถีชีวิตตามธรรมาชาติของเขา เนื่องจากช้างยิ้มได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีอย่างเต็มที่ตั้งแต่แรกเกิด และมันจะยังคงเป็นแบบนี้ตลอดไปภายในศูนย์ฯแห่งนี้
หากท่านใดสนใจจะรับช้างยิ้มเป็นลูกอุปถัมภ์ สามารถคลิกได้ที่นี่ค่ะ
เปิดรับอาสาสมัครดูแลแปลงปลูกป่า ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ 24 - 25 ก.ค 53
Dutsadee - 12 July 2010 06:55
กลับมาอีกครั้งสำหรับกิจกรรมอาสาสมัครดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่า ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ ประจำปี 2553 ตลอดช่วงฤดูฝนนี้ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าภายหลังการปลูกป่าครั้งใหญ่ในแต่ละปี ทางมูลนิธิฯ จะให้ความสำคัญกับการดูแลหลังกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าภายหลังการปลูกเป็นอย่างมากโดยตลอดช่วงฤดูฝนแรก และฤดูฝนที่ 2 หรือจนกว่าที่ป่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เองตามธรรมชาติ เนื่องจากในช่วงฤดูฝนหญ้าและวัชพืชต่างๆที่เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้จะเติบโตได้อย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นทางเราจึงต้องวางแผนในการเข้าไปตัดหญ้า และใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าทุกๆ 4 - 6 สัปดาห์ ไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน เพื่อช่วยให้กล้าไม้สามารถเจริญเติบโตได้ดี สามารถแข่งขันกับวัชพืชต่างๆได้ และเพื่อให้กล้าไม้เจริญเติบได้อย่างรวดเร็ว สามารถพัฒนาระบบรากให้แข็งแรงก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูแล้งต่อไป
นอกเหนือไปจากการให้ความสำคัญกับการดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าแล้ว ทางเรายังได้จัดกิจกรรมอื่นๆควบคู่ไปด้วย โดยอาสาสมัครจะได้พลิดเพลินไปกับการใช้เวลาในการดูแลช้าง การปลูกพืชอาหารช้าง การปรับปรุงสภาพพื้นที่บนเกาะที่ช้างอาศัยอยู่ให้มีสภาพที่น่าอยู่มากขึ้น รวมทั้งการซ่อมแซมสะพานแขวนที่อาสาสมัครและนักท่องเที่ยวจะใช้เดินข้ามไปเยี่ยมชมช้างที่มีสภาพทรุดโทรมเนื่องจากถูกระแสน้ำพัด และการปรับปรุงแพที่ใช้ขนอาหารช้างให้สามารถใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสามารถดูรายละเอียดของกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้ค่ะ
โปรแกรมกิจกรรมอาสาสมัครดูแลแปลงปลูกป่าหลังการปลูก
วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2553
13.30 น. - อาสาสมัคร เดินทางมาถึงอุทยานลำน้ำมาศ กล่าวต้อนรับโดยมูลนิธิพาช้างกลับบ้านผู้นำชุมชน และคณะกรรมการกองทุนช้าง หลังจากนั้นทางผู้อำนวยการมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จะชี้แจงรายละเอียดของโครงการปลูกป่าให้ช้าง และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างให้กับอาสาสมัครก่อนเริ่มกิจกรรม และ Welcome drink
14.00 น. - กิจกรรมปลูกพืชอาหารช้างและกล้าไม้ท้องถิ่น
16.00 น. - เดินทางไปตัดกล้วยเพื่อนำมาเป็นอาหารให้ช้าง
16.30 น. - เยี่ยมชมช้าง และช่วยกันให้อาหารช้าง
17.30 น. - เดินทางเข้าที่พักในชุมชนบ้านไผ่น้อย และบ้านไผ่ใหญ่(เยี่ยมชมหมู่บ้าน และพักผ่อนตามอัธยาศัย)
18.00 น. - รับประทานอาหารเย็นที่บ้านพัก
20.00 น. - พิธีต้อนรับแบบประเพณีอีสานดั้งเดิม การแสดงพื้นบ้าน และกิจกรรมสันทนาการ
วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2553
7.30 น. - อาหารเช้าที่บ้านพัก
8.00 น. - รวมตัวกันที่แปลงปลูกป่า ณ อุทยานลำน้ำมาศ
8.30 น. - การดูแลกล้าไม้หลังการปลูกในแปลงปลูกป่า(ตัดหญ้า รดน้ำ และใส่ปุ๋ย)
11.30 น. - เดินทางไปตัดกล้วยเพื่อนำมาเป็นอาหารให้ช้าง
12.00 น. - อาหารกลางวัน - อาหารอีสานแบบปิคนิคริมลำน้ำมาศ
13.00 น. - ปลูกกล้าไม้(ต่อ) และ15.30 น. - เสร็จสิ้นกิจกรรม อาสาสมัครเดินทางไปเก็บของที่บ้านพัก กล่าวลาช้าง และชาวบ้านในชุมชน และเดินทางกลับกรุงเทพต่อไป
21.30 น. - ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
ค่าใช้จ่าย สำหรับกิจกรรมอาสา วันที่ 24 - 25 ก.ค 2553(รวม 2 วัน 1 คืน) คิดเป็น 1,000 บาท/คน (ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป และกลับจังหวัดบุรีรัมย์)
อาสาสมัครปลูกป่าให้ช้าง 4,000 กล้าไม้ในที่ดินแห่งใหม่ และ 2,000 กล้าไม้ภายในศูนย์บริบาลช้าง
Dutsadee - 5 July 2010 10:43
เป็นระยะเวลาสองสัปดาห์ติดกัน ที่ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้จัดกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างเพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของช้างที่อาศัยอยู่ในศูนย์บริบาลช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ต่อไปในอนาคต โดยกิจกรรมปลูกป่าในสัปดาห์แรกจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 3 ก.ค 53 ในบริเวณแปลงปลูกป่าแห่งใหม่ของศูนย์บริบาลช้างซึ่งอยู่บนดอยสูงชันของหุบเขาแม่แตงบริเวณด้านบนของหมู่บ้านแม่ตะมาน ต.กึ๊ดช้าง โดยในครั้งนี้สามารถปลูกกล้าไม้แล้วเสร็จไปทั้งสิ้น 4,000 กล้าไม้
โดยในตอนเริ่มต้นของวันปลูกป่า เป็นไปด้วยความทุลักทุเลอยู่บ้างเนื่องมาจากมีฝนตกลงมาอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เวลาประมาณ 9.00 น. ทำให้การขับรถพาอาสาสมัครขึ้นไปปลูกป่าบนดอยที่สูงชันเป็นไปอย่างยากลำบากมาก เนื่องจากถนนแคบและลื่นมาก อีกทั้ง 2 ข้างทางยังเป็นเหวลึก แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้การมาร่วมกิจกรรมเป็นไปด้วยความสนุกสนานและตื่นเต้นเหมือนกับได้ผจญภัยไปในขณะเดียวกันด้วย ทันทีที่เดินทางไปถึงแปลงปลูกป่าฝนก็หยุดตกพอดี จึงทำให้พวกเราสามารถลงมือปลูกป่าได้อย่างสะดวกภายใต้สภาพอากาศที่ดีมาก คือ ไม่ร้อนจัดและไม่มีฝนตกหนัก ในวันนี้มีอาสาสมัครที่มาร่วมงานปลูกป่าทั้งอาสาสมัครชาวต่างชาติและเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริบาลช้าง ผู้สนใจทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ และกลุ่มครูและนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 - 5 จากโรงเรียนบ้านปลาดาว(จาก ต.อินทขิล อ.แม่แตง)รวมกันแล้วจำนวนกว่า 100 คน และเนื่องจากได้มีการเตรียมแปลงปลูกป่าก่อนนี้แล้วในส่วนของการขุดหลุมปลูก และการขนกล้าไม้และอุปกรณ์ต่างๆ ไปไว้ตามจุดต่างๆใกล้กับแปลงปลูกป่า จึงทำให้การปลูกป่าแล้วเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว
นอกจากนี้ตลอดเวลาที่เด็กนักเรียนช่วยกันขนต้นไม้ และลงมือปลูกป่า ทางคุณครูจะคอยสอนพร้อมกับอธิบายให้เด็กๆได้เห็นถึงความสำคัญของการปลูกป่า ระยะเวลาในการที่ป่าจะฟื้นตัวกลับมาเป็นป่าตามธรรมชาติ เมื่อเปรียบเทียบกับการตัดไม้ทำลายป่าซึ่งใช้เวลาสั้นกว่ามาก แต่ก่อให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อมอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเด็กๆ ในเรื่องการอนุรักษ์ไปพร้อมๆกับการปลูกป่าที่เห็นภาพชัดเจน จากการสังเกตถึงแม้จะเด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กเล็กเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ละคนก็ทำงานกันด้วยความขยันขันแข็ง ดูไม่เหน็ดเหนือย และยังดูสนุกสนานกับการปลูกป่าตลอดเวลาอีกด้วย
ภายหลังเสร็จสิ้นการปลูกป่า ทางเราได้พาอาสาสมัครทุกท่านไปเยี่ยมชมช้างที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์ฯ เพื่อให้เห็นภาพว่าเราต้องการฟื้นฟูป่าเพื่อประโยชน์ของช้างเหล่านี้ต่อไปในอนาคตอย่างแท้จริง แต่กลุ่มที่ดูจะสนุกสนานและตื่นเต้นมากที่สุด ก็คือ กลุ่มเด็กๆ จากโรงเรียนบ้านปลาดาว โดยเฉพาะเวลาที่ป้อนอาหารช้าง ได้ดูช้างเล่นน้ำ และการได้เล่นกับช้างน้อย รวมทั้งยังมีคำถามมากมายในเรื่องของช้างให้ตอบอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งไม่บ่อยนักที่เด็กๆจะมีโอกาสได้มาสัมผัสใกล้ชิดกับช้างขนาดนี้ บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้หลายคนยังสนใจที่จะกลับมาช่วยเราปลูกป่าอีกในครั้งต่อๆไป ซึ่งแน่นอนว่าทาเงรายินดีต้อนรับเด็กๆเหล่านี้เสมอ เพราะเด็กๆเหล่านี้คืออนาคตของชาติที่จะเป็นกำลังสำคัญต่อไปในอนาคตในการที่จะช่วยกันดูแลรักษาช้างไทยและป่าของเราให้คงอยู่อีกนานเท่านาน (more…)
เชิญชวนร่วมทีม ” วิ่งเพื่อช้าง ” ในงานเชียงใหม่มาราธอน ประจำปี 2553
Dutsadee - 08:46
มูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ขอเชิญชวนนักวิ่งทุกท่านเข้าร่วมทีมกับทีมนักวิ่งของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ภายใต้ชื่อทีม ” วิ่งเพื่อช้าง “ ในงานเชียงใหม่มาราธอนที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2553 ที่จะถึงนี้ โดยการจัดตั้งทีม ” วิ่งเพื่อช้าง ” เพื่อเข้าร่วมงานเชียงใหม่มาราธอน มีวัตุประสงค์หลัก คือ เพื่อระดมทุนในการสนับสนุนการดำเนินงานของต่างๆในการช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของช้างที่เคยทำงานหนักในอดีต และช้างพิการต่างๆ จำนวนมาก ปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขและเป็นอิสระตามธรรมชาติ และได้รับการดูแลจากทางศูนย์บริบาลช้างเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังมีเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อสร้างความตระหนักให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของช้างไทย ที่กำลังใกล้จะสูญพันธ์ในปัจจุบัน
การสมัครเข้าร่วมทีม ” วิ่งเพื่อช้าง ” กับทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน
นักวิ่งทุกท่านที่สมัครเข้าร่วมงานเชียงใหม่มาราธอน ประจำปี 2553 และสนใจจะร่วมทีมกับเรา ให้นักวิ่งติดต่อมาที่ทางมูลนิธิฯ เพื่อเข้าร่วมทีม ” วิ่งเพื่อช้าง “ จากนั้นทางเราจะจัดเตรียมแบบฟอร์มสำหรับหาสปอนเซอร์ และเอกสารเทคนิคในการจัดหาสปอนเซอร์ รวมทั้งระบบบริจาคเงินออนไลน์ให้กับทีมนักวิ่งผ่านเว็บไซด์ของมูลนิธิฯ นอกจากนี้ในวันงาน ทางเราจะจัดเตรียมเสื้อยืดของทีม ” วิ่งเพื่อช้าง “ ให้กับนักวิ่งที่เข้าร่วมทีมกับเรา เพื่อให้ทุกท่านได้ใส่เสื้อแบบเดียวกันตลอดระยะเวลาของการวิ่งมาราธอนในครั้งนี้
โดยนักวิ่งในทีมทุกท่านจะต้องหาสปอนเซอร์เพื่อสนับสนุนทีมวิ่งเพื่อช้างของเราด้วยตัวเองตามกำลังและความสามารถที่ท่านจะหาได้ โดยทางมูลนิธิฯไม่ได้กำหนดเงินขั้นต่ำในการสนับสนุนทีมของเราแต่อย่างใด นอกจากนี้นักวิ่งสามารถสมัครเข้าร่วมวิ่งตามระยะทางที่ท่านคิดว่าสามารถทำได้ ซึ่งมีให้เลือก 4 ประเภท ได้แก่ การวิ่งมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน มินิมาราธอน และการวิ่งผลัดแบบทีม โดยที่นักวิ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครเข้าร่วมงานเชียงใหม่มาราธอน 2553 ด้วยตัวเองทั้งหมด พร้อมกับการระดมทุนเพื่อนสนับสนุนทีมวิ่งของเราด้วย ซึ่งทางเรามั่นใจว่าการที่นักวิ่งได้มารวมกลุ่มกันในงานเชียงใหม่มาราธอนครั้งนี้ นอกจากเป็นการวิ่งเพื่อความสนุกสนาน และเพื่อการมีสุขภาพที่ดีแล้ว ทางเรายังหวังป็นอย่างยิ่งว่าจะสร้างบันดาลใจให้กับนักวิ่งทีมวิ่งเพื่อช้างได้ตระหนักถึงความสำคัญของช้างไทย และได้มีส่วนในการหารายได้เพื่อช่วยเหลือช้างไทยร่วมกับหน่วยงานของเรา
ดังนั้นทางเราจึงขอเชิญชวนนักวิ่งและทุกท่านที่มีหัวใจรักช้าง มาร่วมวิ่งกับทีมของเราในงานเชียงใหม่มาราธอนประจำปี 2553 ที่จะถึงนี้ด้วยกันค่ะ เพื่อมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับช้างไทยของเราต่อไปในอนาคตค่ะ (more…)
งานปั่นจักรยานการกุศล”ปั่นเพื่อช้าง” ประจำปี 2554
Dutsadee - 23 June 2010 13:28
กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องจากหลายๆฝ่ายสำหรับงานปั่นจักรยานการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง “ ในปี 2554 สำหรับนักปั่นทุกท่านที่เคยมาร่วมปั่นกับเราในปีที่ผ่านมาแล้วประทับใจอยากจะมาร่วมปั่นกับเราอีกในปีนี้ รวมไปถึงผู้ที่พลาดโอกาสจากการร่วมงานในปีที่ผ่านมาด้วย
สำหรับงานปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง ” ประจำปี 2554 ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จะจัดงานนี้ในระหว่างวันที่ 15 - 16 มกราคม 2554 รวมระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ในเส้นทางที่ท่านจะได้ผจญภัย และจะได้สนุกสนานเพลินเพลินไปกับธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหลักเช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา คือ เพื่อหารายได้สนับสนุนในการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ Elephant Nature Park ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของช้างที่เคยทำงานหนักในอดีต และช้างพิการต่างๆ จำนวนมาก ปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขและเป็นอิสระตามธรรมชาติ และได้รับการดูแลจากทางศูนย์บริบาลช้างเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังมีเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมไทยให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับช้างไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของช้างไทย ที่กำลังใกล้จะสูญพันธ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายได้หันมาให้ความสนใจในการช่วยเหลือช้างไทยต่อไป (more…)
อาสาสมัครร่วมกันปลูกป่าให้ช้างเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก จ.บุรีรัมย์ จำนวน 8,000 กล้าไม้
Dutsadee - 11:38

ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา(5 - 6 มิ.ย 53) ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้จัดงานปลูกป่าให้ช้างเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2553 ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางเราขอขอบคุณอาสาสมัครจำนวนกว่า 250 ท่าน ที่ประกอบไปด้วยหลากหลายวัยที่ได้เดินทางมาจากสถานที่ต่างๆ กัน เพื่อมาร่วมปลูกป่าให้ช้างกับทางมูลนิธิฯ ของเรา โดยอาสาสมัครและชาวบ้านในชุมชนได้ร่วมกันทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การปลูกพืชอาหารช้าง การปลูกป่าเสริมในแปลงปลูกป่าเดิมทั้ง 3 แปลง จำนวนกว่า 8,000 กล้าไม้ จากพรรณไม้ท้องถิ่นจำนวน 30 ชนิด การช่วยกันดูแลและให้อาหารช้าง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของช้างไทยและงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้บรรยากาศงานพิธีเทียน เป็นต้น ภายหลังจากการเสร็จสิ้นกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างต่างฝ่ายต่างเหน็ดเหนื่อย และอ่อนล้าไปตามๆกัน อันเนื่องมาจากการทำงานหนักภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนจัดมาก แต่อาสาสมัครทุกคนก็เต็มไปด้วยความสุขใจที่ได้ช่วยกันปลูกป่าให้ช้าง อีกทั้งหลายคนยังกลับไปด้วยแรงบันดาลใจอันเต็มเปี่ยมที่อยากจะดูแลรักษาโลกใบนี้ของเราให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้นต่อไป สามารถคลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมกับภาพถ่ายจากงานในครั้งนี้ได้ที่ด้านล่างค่ะ (more…)
พบซาก’ช้างป่า’ ถูกยิง-ตัดงา กลางป่าแก่งกระจาน
Dutsadee - 11 June 2010 06:13
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ ฉบับวันที่ 10 มิถุนายน 2553
สลด! พบซาก “ช้างป่า” ถูกยิง-ตัดงาทั้ง2ข้าง กลางอุทยานแก่งกระจาน คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า3วัน ชาวบ้านเผยเป็นช่วงหน้าแล้งช้างป่ามักออกมาหากิน แต่ไม่รู้เป็นฝีมือใคร…
เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 10 มิ.ย. นายทรง มั่งมี กำนันตำบลป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 3 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจานว่า พบช้างป่านอนตายอยู่ข้างป่าไผ่ ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หมู่ 3 ต.ป่าเด็ง จึงประสานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน รวม 15 นายเดินทางเข้าทำการตรวจสอบ
จุดที่พบซากช้างป่าตาย อยู่ข้างกอไผ่ขนาดใหญ่ภายในอุทยานฯ จากการตรวจสอบพบเป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 25 - 30 ปี นอนตะแคงซ้ายสภาพขึ้นอืด มีแมลงวันตอม คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ที่ใต้โคนงวงพบงาช้างถูกตัดไปทั้งสองข้าง ที่ใต้คาง และหน้าท้อง มีรูคล้ายถูกยิงด้วยกระสุนปืนหลายแห่ง เลือดไหลออกจากรูดังกล่าวเป็นทางยาวไปตามลำตัวและขา รอบบริเวณที่พบซากช้างมีรอยเท้าช้างย่ำพื้นดินที่ชื้นแฉะกระจายอยู่ทั่วไป (more…)
เชิญชวนมาร่วมปลูกป่าให้ช้าง ณ ศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ วันที่ 3 ก.ค 2553
Dutsadee - 2 June 2010 19:41
กิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง ณ ศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) ภายในหุบเขาแม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ วันที่ 3 ก.ค 2553
ในปีที่ผ่านมา(2552) ทางศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้ซื้อที่ดินแปลงใหม่ ประมาณ 250 ไร่(100 เอเคอร์) ซึ่งเป็นที่ดินที่ล้อมรอบไปด้วยเขตป่าอนุรักษ์ และพื้นที่บางส่วนยังมีลำธารตามธรรมชาติขนาดเล็กไหลผ่าน เมื่อตอนเริ่มต้นที่ทางศูนย์ฯ ซื้อที่ดินผืนนี้ยังเต็มไปด้วยแปลงปลูกผักกระหล่ำปลีของชาวบ้านแต่ปัจจุบันชาวบ้นได้เลิกทำสวนกระหล่ำปลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่ทางเราจะได้เริ่มฟื้นฟูป่าแห่งนี้ เพื่อจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของช้างต่อไป หรืออาจกล่าวได้ว่า เพื่อที่ผืนป่าแห่งนี้จะกลายเป็นสวรรค์บนดินของช้างที่ทางศูนย์ฯ ช่วยเหลือและจะนำมาดูแลที่นี่ต่อไปในอนาคต
สำหรับแผนงานการปลูกฟื้นฟูป่าในที่ดินแห่งนี้ ทางมูลนิธิฯ มีโครงการที่จะปลูกฟื้นฟูป่าในระยะยาวไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยเน้นไปที่การปลูกพรรณไม้ท้องถิ่นที่สามารถดึงดูดนก และสัตว์ป่านานาชนิดที่เป็นเหมือนตัวช่วยกระจายเมล็ดไม้ชนิดต่างๆ จากป่าธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียงเข้ามายังแปลงปลูกป่าของเรา เหมือนกับว่านกและสัตว์ป่าเหล่านี้ได้ช่วยเราปลูกป่าอีกทางหนึ่งนั่นเอง
ตอนนี้ทางศูนย์บริบาลช้างได้จัดสร้างบ้านพัก 1 หลัง และห้องน้ำไว้แล้ว รวมทั้งยังได้ปลูกพรรณไม้หลายชนิดลงในที่ดินแห่งใหม่ไปบ้างแล้ว และทันทีที่พื้นที่ป่าแห่งนี้สามารถฟื้นตัวกลับมามีสภาพใกล้เคียงกับป่าตามธรรมชาติได้แล้ว ทางศูนย์บริบาลช้างแม่แตงจะใช้ที่ดินแห่งใหม่นี้เป็นให้เป็นเสมือนกับเป็นสวรรค์บนดินของช้างแห่งที่ 2 ที่ทางศูนย์ฯ จะให้อาสาสมัครหรือนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสพาช้างไปเดินเล่นในป่าธรรมชาติ และได้ใช้เวลาในการพาช้างมาใช้ชีวิตอย่างอิสระในป่าตามธรรมชาติอย่างเต็มที่
นอกจากนี้จะมีการนำช้างจำนวนหนึ่งจากศูนย์บริบาลช้างให้มาอาศัยอยู่ที่นี่ โดยจะปล่อยให้อยู่อย่างอิสระตามธรรมชาติอย่างแท้จริง และอาจจะอยู่ห่างไกลผู้คนมากกว่าช้างที่อาศัยภายในศูนย์ฯ โดยอาสาสมัครสามารถเพลิดเพลินจากการติดตามหรือสังเกตการณ์ชีวิต ความเป็นอยู่ของช้างได้จากบ้านพักที่อยู่บนต้นไม้ ซึ่งคาดว่าจะลงมือก่อสร้างในเร็ววันนี้ แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้มีการนำช้างมาอาศัยอยู่ที่นี่ เนื่องจากต้องทำการปลูกฟื้นฟูป่าที่เป็นบ้านตามธรรมชาติของช้างให้แล้วเสร็จเสียก่อน
ดังนั้น ทางเราจึงใคร่ขอเชิญชวนอาสาสมัครทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะทำฝันของเราในการที่จะพลิกฟื้นผืนดินที่เสื่อมโทรมให้กลายเป็นป่าที่กลับมาฟื้นตัวตามธรรมชาติที่สามารถจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของช้างได้ในระยะยาว (more…)
เชิญชวนมาร่วมเป็นอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้างเขตฯ สลักพระ ในวันที่ 26 มิ.ย 2553
Dutsadee - 02:54
มูลนิธิพาช้างกลับบ้านขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง ประจำปี 2553 ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ในวันเสาร์ที่ 26 มิ.ย 2553
นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งในปี 2553 สำหรับอาสาสมัครทุกท่านที่สนใจจะร่วมกันปลูกป่าให้ช้างป่ากับทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน นอกหนือไปจากการได้ใช้เวลาอย่างสนุกสนานในการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดปัญหาโลกร้อนแล้ว ยังเหมือนกับได้มีโอกาสได้ใช้เวลาทำบุญร่วมกันในการดูแลรักษาพื้นที่ป่าแห่งนี้ให้ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีและสมบูรณ์เพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่อาสัยและแหล่งหากินของช้างป่าไปอีกยาวนาน รวมทั้งท่านยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างและสัตว์ป่า ตลอดจนยังจะได้มีโอกาสได้พบปะและได้ทำความรูจักกับอาสาสมัครคนอื่นๆ ที่สนใจในเรื่องการปลูกป่า และงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยเช่นกัน
สำหรับเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าเป็นสลักพระ ถือเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งได้มีการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตั้งแต่ปี 2508 เป็นต้นมา ที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของช้างป่าที่สำคัญมากแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนช้างป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้จำนวนมากกว่า 170 เชือกด้วย
ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ช้างไทย(ECN) เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ตลอดจนชาวบ้านในชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบเขตฯ สลักพระ ได้ดำเนินโครงการปลูกป่าให้ช้างเป็นประจำทุกปี รวมทั้งการดูแลรักษาแปลงปลูกป่าภายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระจนกว่าสภาพป่าเสื่อมโทรมจะสามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นป่าที่สมบูรณ์ตามธรรมชาติได้เองต่อไป จนถึงปัจจุบันมีจำนวนกล้าไม้ที่ปลูกไปแล้วในเขตฯ สลักพระ ไม่ต่ำกว่า 21,000 ต้น ซึ่งเป็นกล้าไม้ที่ผลิตจากเรือนเพาะชำกล้าไม้ท้องถิ่นของเขตฯสลักพระ ภายใต้การสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ซึ่งที่เรือนเพาะชำแห่งนี้สามารถผลิตกล้าไม้คุณภาพสำหรับโครงการฟื้นฟูป่าได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 18,000 กล้าไม้ ซึ่งกล้าไม้ที่ผลิตได้ต้องมีความหลากหลาย ไม่ต่ำกว่า 30 - 40 ชนิด มีขนาดเหมาะสม(สูง 40 - 60 ซ.ม) และมีสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมปลูกในช่วงต้นฤดูฝนของทุกปี ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกฟื้นฟูป่าให้ช้างภายในเขตฯ สลักพระ
สำหรับในปี 2553 นี้ ทางเรามีเป้าหมายที่จะปลูกพรรณไม้ท้องถิ่น จำนวน 10,000 กล้าไม้ ในพื้นที่เขตฯ สลักพระ ในเนื้อที่กว่า 25 ไร่ เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (more…)
ด้วยรัก และระลึกถึง”นกน้อย”
Dutsadee - 27 May 2010 08:55
เป็นที่น่าเสียใจเอย่างยิ่งที่ทางมูลนิธิฯ จะต้องแจ้งให้ทราบว่าช้างนกน้อยซึ่งเป็นช้างที่ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน และชุมชนในอำเภอลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้ช่วยเหลือและนำไปอาศัยอยู่อย่างอิสระตามธรรมชาติที่อุทยานลำน้ำมาศ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 เป็นต้นมา ได้เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 20 พ.ค 2553 โดยมีเรื่องราวการเสียชีวิตของนกน้อย ดังนี้
ในตอนค่ำของคืนวันจันทร์ที่ 19 พ.ค ทางมูลนิธิฯ ได้รับโทรศัพท์จากทางชาวบ้านในชุมชนแจ้งเกี่ยวกับการที่นกน้อยล้มลง และติดอยู่ในหลุมซึ่งเป็นดินเลน และไม่สามารถช่วยตัวเองให้ขึ้นมาจากหลุมได้ จนทำให้ชาวบ้านต่างพากันเป็นกังวลใจมาก และชาวบ้านจึงได้ติดต่อประสานงานไปยังทีมสัตวแพทย์จากโรงพยาบาลช้างสุรินทร์ให้เข้ามาดูอาการของนกน้อยโดยทันที เมื่อทราบดังนั้นแล้วทางเราจึงได้รีบขับรถจากจังหวัดเชียงใหม่เพื่อลงไปดูอาการนกน้อยโดยทันที แต่อย่างไรก็ตามจากการสอบถามทีมสัตวแพทย์ที่รุดมาตรวจอาการนกน้อยในตอนกลางดึกของคืนวันนั้น ทราบว่าอาการของนกน้อยค่อนข้างหนัก ประกอบกับอายุที่ค่อนข้างมากแล้ว จึงทำให้มีโอกาสรอดเพียง 50% เท่านั้นเอง ซึ่งก็ทำให้เราต่างรู้สึกหดหู่ไปตามๆกัน บางทีอาจจะถึงเวลาของนกน้อยแล้วก็เป็นได้ ทำให้เราต้องเตรียมใจยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนที่จะไปเดินทางไปถึงที่บุรีรัมย์






